สังคมผู้สูงอายุในไทย

สังคมผู้สูงอายุในไทย

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกมีอัตราประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และกำลังเผชิญปัญหาอัตราการเกิดที่น้อยลง  ยุคเบบี้บูมเมอร์เข้าสู่วัยสูงอายุ    ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างหลายประเทศยุโรป เช่น ฝรั่งเศส สวีเดน  และแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และไทย โดยประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged Society) โดยมีสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดในประเทศและผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ขณะเดียวกันประเทศเกาหลีใต้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์โดยมีสัดส่วนของประชากรอายุ60ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ20 ของประชากรทั้งประเทศหรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี มากกว่าร้อยละ14 ของประชากรทั้งประเทศ

   ซึ่งทั้งสองประเทศได้มีมาตรการรับมือที่ประเทศเข้าสังคมผู้สูงอายุโดยรัฐบาลมีนโยบายที่แตกต่างกัน

           ในขณะที่ประเทศไทยเติบโตเป็นอันดับ 3 ในทวีปเอเชียของอัตราประชากรสูงวัย   รองมาจากประเทศเกาหลีใต้ และประเทศญี่ปุ่นโดยประเทศไทยนั้นได้เข้าใกล้สังคมสูงวัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548  โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติได้คาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2559 จำนวนผู้สูงอายุในไทยจะมีมากถึง 11.3 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 67.66 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 16.7 ของประชากรทั้งหมดและจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในปี พ.ศ. 2565   คาดการณ์ว่าประชากรวันทำงานจะลดลงในอีก 15 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยสมบูรณ์

ผู้สูงอายุ เป็นผู้ที่ต้องการกำลังใจ และคนคอยเคียงข้างในยามที่รู้สึกว่าไม่มีใครต้องการ

 ประเทศไทยเผชิญหน้ากับปัญหาจากสังคมผู้สูงอายุ เกิดจากหลากหลายปัจจัย เช่น ปัญหาครอบครัว  ปัญหาสังคม  ปัญหาสุขภาพ    โดยปัญหาในครอบครัวคือ ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง เนื่องจากปัจจุบันประชาการส่วนใหญ่เริ่มอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเดี่ยวและอยู่ห่างไกลบ้านที่ผู้สูงอายุอาศัยอยู่  ร่วมถึงลูกหลานอยู่ในช่วงทำงาน จึงไม่มีเวลามาดูแลผู้สูงอายุในบ้านอย่างเต็มตัว จนทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งได้  ซึ่งส่งผลต่อปัญหาทางจิตใจ เนื่องจากผู้สูงอายุมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระให้แก่ลูกหลาน น้อยใจ เหงา และ อาจส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้า อีกปัญหาที่สำคัญคือปัญหาสุขภาพ เมื่อผู้สูงวัยมากขึ้นร่างกายจะมีความเสื่อมที่มากขึ้นตาม จึงทำให้จะต้องใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น   ควรกลับมาตระหนักถึงสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุที่มีการเสื่อมลงในทุกวัน  จึงทำให้มีการสร้างเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในผู้สูงอายุ ทั้งอาหารเสริมและเครื่องออกกำลังกาย

**เพิ่มเติม
1. สังคมผู้สูงอายุ  (Aging society)  หมายถึง ประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศหรือประชากรอายุตั้งแต่  65 ปีมากกว่าร้อยละ 7 ของประชากรทั้งประเทศ
2. สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society)  หมายถึง  ประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20  ของประชากรทั้งประเทศ หรือประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี มากกว่าร้อยละ14 ของประชากรทั้งประเทศ
3. สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged society)  หมายถึง  ประเทศที่มีประชากรอายุ 65  ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ20 ของประชากรทั้งประเทศ